รีวิวทริป สิงคโปร์วันเดียวก็เที่ยวได้

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์ทริปเที่ยวสิงคโปร์แบบเร่งด่วน ทำนองด่วนจี๋ไปรษณีย์จ๋า ณ ประเทศสิงคโปร์มาฝากกัน เผื่อเป็นไอเดียให้เพื่อนๆ ที่อยากรู้ว่า ถ้ามีเวลาแค่วันเดียว จะวางแผนเที่ยวยังไง และจะสามารถไปเที่ยวที่ไหนได้บ้างในสิงคโปร์ วันนี้ตามมาเลยค่ะ

ทริปนี้ที่ว่าเร่งด่วนก็เพราะว่า เรามีเวลาแค่วันเดียว และเรามีตั๋วราคาพิเศษอยู่ อีกอย่างมีเพื่อนทำงานอยู่ที่สิงคโปร์และอาสาพาเที่ยว ก็เลยตัดสินใจว่าเอาวะ แวะไปกินข้าวมันไก่สิงคโปร์แล้วบินกลับแบบเกรียนๆ ซักครั้งในชีวิต

หลังจากที่นัดเพื่อนเรียบร้อย ตัดภาพมาที่วันเดินทางเลยนะคะ เราออกเดินทางไฟลท์เช้า เครื่องออกแปดโมงเช้า ถึงสิงคโปร์ผ่าน ตม. เจ้าหน้าที่ถามคำเดียวมาทำไมวันเดียว เราตอบสวยๆ ว่ามาช้อปปิ้ง พรุ่งนี้ต้องทำงานเช้า เลยกลับเย็นนี้ ตม.ยิ้มแล้วบอกว่าขอให้สนุกกับการช้อปปิ้งนะ จากนั้นก็ผ่านออกมาเจอเพื่อนดูเวลาก็เที่ยงตรงพอดี พอดีช่วงนี้ใกล้ตรุษจีนและเป็นปีจอ สนามบินชางงีเลยตกแต่งสวนด้วยธีมน้องหมาน่ารักตัวใหญ่มาก

[12:00น.] เนื่องจากเวลามีน้อย ต่อไปนี้คือการเที่ยวแนวๆ รายการอเมซิ่งเรซแบบย่อมๆ คือเดินสลับวิ่งตลอดเวลา จุดแรกวิ่งไปขึ้นรถรางกันก่อน เรามาการบินไทยลงอาคาร1 เลยต้องต่อรถรางไปยังอาคาร3 จากนั้นลงไปต่อรถไฟฟ้าเข้าเมือง จากสนามบินชางงี ไปลงที่สถานี Tanah Merah แล้วต่อรถไฟเข้าเมือง 

ข่าวแรกที่เพื่อนบอกเมื่อมาถึงคือเจ้าสิงโตพ่นน้ำกำลังปิดปรับปรุง อ้าว งง สิคะ แล้วยังไง มาสิงคโปร์ แต่ไม่มีรูปคู่เมอไลอ้อน ร้องไห้ก่อนเลยจุดนี้ สุดท้ายเพื่อนหลอกล่อให้มาจับน้ำพุแห่งความมั่งคั่งที่ The Fountain of Wealth ในห้าง Suntec City แทน เพื่อเอาเคล็ด ขอให้ปีนี้เริ่มต้นแบบเฮงๆ เงินทองไหลมาเทมา เขาบอกว่าเอามือจับน้ำพุแล้วเดินวนน้ำพุสามรอบ แล้วไปหยิบจับทำอะไรก็จะเฮงจะรวย 

มาถึงSuntec Cityเพื่อนพาแวะไปเติมพลังก่อน เพราะเดี๋ยวต้องเดินกันทั้งวัน เพื่อนพามากินข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นจานเท่าฝาโอ่งมังกรที่ร้าน Monster Curry คือกรี้ดมากค่ะ จานเดียวเกือบเต็มโต๊ะ สั่งมาจานเดียวแล้วแบ่งกันกิน ทางร้านเขาจะมีจานเล็กๆ ไว้ให้ด้วย ขอเขาได้เลยไม่ต้องเขิลอาย

[13:00น.] กินเสร็จเราพร้อมแล้วที่จะไปจับน้ำพุแห่งความมั่งคั่ง…แต่ผิดแผนทันที ที่เดินผ่านร้าน H&M เพราะเจอป้าย SALE โอ้ยย เหมือนโดนสะกดจิต ไหลไปถอยเสื้อมาหนึ่งตัว ได้จ่ายเงินปุ๊บสบายตัวแล้วค่ะทีนี้ 

จากนั้นพุ่งตรงไปที่น้ำพุแห่งความมั่งคั่งกันเลยค่ะ มาถึงปุ๊บเข้าแถวรอคิวแป้บเดียวก็ได้เข้าไปเดินถ่ายรูปเล่น และเดินวนเอามือแตะน้ำพุเดินวนสามรอบ แล้วตั้งจิตคิดถึงเงินทอง และความมั่งคั่ง ครบสามรอบแล้ว สาาาาาธุ ขอให้รวย ขอให้รวย

[14:00น.] เดินถ่ายรูปสักพัก ออกเดินทางต่อ จุดหมายต่อไป เพื่อนพาไปไหว้พระขอพรสักการะพระบรมสารีริกธาตุที่วัดพระเขี้ยวแก้ว เราเดินทางกันด้วยรถไฟฟ้าตรงจากห้าง Suntec City ไปลงที่ไชน่าทาวน์ เดินดูของฝากราคาถูกและมีของให้เลือกเยอะมากระหว่างทางไปวัด

ถึงวัดแล้วเพื่อนพาไปไหว้พระประจำปีเกิดที่ชั้นล่าง จากนั้นขึ้นลิฟท์ไปชั้น4 เพื่อไหว้สักการะพระบรมสารีริกธาตุ บริเวณนี้ห้ามถ่ายภาพนะคะ จากนั้นเดินขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าชมสวนกล้วยไม้ หมุนระฆังแบบทิเบตแล้วเดินลงกลับมาที่ชั้น4 เพื่อลงลิพท์มาที่ชั้นล่างเป็นอันเรียบร้อย จากนั้นเดินเล่นถ่ายรูปรอบๆ วัด สบายใจมากเลย

[15:00น.] ออกจากวัดแล้วเดินเล่นชมวิวจากไชน่าทาวน์ ไปที่ริมน้ำหน้า The Raffle Place เดินไปถ่ายรูปไป สักพักเพื่อนบอกจะพาไปหาซื้อของฝากสุดฮิปที่กำลังดังในสิงคโปร์ เราไปโดยรถไฟฟ้าเช่นเดิม นั่งจากสถานี Raffle Place ไปลงที่สถานี City Hall ร้านชื่อ The Cookie Museum อยู่ในห้าง The Raffle City ร้านนี้กำลังดัง เพราะว่านางมีคุ้กกี้ประหลาด ฮ่าๆ ที่เรียกประหลาดเพราะนางทำคุ้กกี้ของคาวที่เป็นซิกเนเจอร์ของสิงคโปร์ อาทิเช่น คุ้กกี้รสข้าวมันไก่ คุ้กกี้ลัคซ่า คุ๊กกี้สะเตะ คุ้กกี้รสปูผัดพริก เป็นต้น ขอบอกว่าพนักงานใจดีมาก เอามาให้ชิมทุกรสที่เราอยากชิม บอกตรงๆ ชิมทุกรสจนอิ่มตรงนั้นเลยคร่า 

นอกจากรสของคาวสุดเก๋แล้วนั้น ทางร้านก็มีรสของหวานสุดชิค ที่หาที่อื่นไม่ได้อีกเพียบ อาทิเช่น คุ๊กกี้ทุเรียน คุ๊กกี้ซากุระ คุ๊กกี้แชมเปญ คุ๊กกี้ลี้นจี่พีช และอื่นๆ อีกเพี่ยบ วันนี้เราสอยคุ๊กกี้รสลิ้นจี่แชมเปญมาหนึ่งกล่อง หอมหวานชื่นใจมาก

[17:00น.] ได้เวลาอาหารเย็น เพื่อนพานั่งรถไปร้านข้าวมันไก่ Tian Tian แถวๆ บ้านเพื่อนใกล้ๆ สถานีรถไฟฟ้า Tanah Rerah เพื่อนพามาเพราะที่นี่เป็นร้านติดแอร์ ไม่ต้องต่อคิวเหมือนที่สาขา Maxwell Food Centre วันนี้กินสามคนสั่งมาแบบครึ่งตัว อิ่มจนท้องจะแตก

[18:00น.] กินอิ่มแล้วไปแวะซุปเปอร์มาเก็ต ซื้อขนมปัง กล้วยของ Gardenia ที่เป็นที่กล่าวขานกันมานานว่ามันอร่อยมาก และรสนี้มีที่สิงคโปร์ที่เดียว วันนี้จัดมาสองห่อ และเพื่อนแนะนำให้ติดรส Fruits and Nuts มาด้วย อันนี้หอมมาก มีเนื้อแอพพลิคอตในขนมปังเยอะมาก อร่อยเวอร์ ก่อนออกจากร้านเห็นมันฝรั่งรสข้าวมันไก่ และชานมแบบใสนำเข้าจากญี่ปุ่น เออแปลกดีเลยซื้อมาลองกินดู เหยย เก๋มาก

[19:30น.] ได้เวลากลับ เราขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานี Tanah Merah ไปสนามบินชางงีเช็คอิน แล้วเดินเล่นดูของในดิวตี้ฟรีอีกนิดหน่อย จากนั้นเดินไปขึ้นเครื่อง

[21:00น.] เครื่องออกจากสิงคโปร์ เป็นอันจบทริปหนึ่งวันในสิงคโปร์อย่างสมบูรณ์ค่ะ รวมๆ แล้ววันนี้เดินสลับวิ่ง และกิน และเดิน และกิน วนอยู่แบบนี้ ฟินมากค่ะ

หวังว่าเพื่อนๆ จะได้ไอเดียการเดินทางไปบ้างนะคะ หากใครมีเวลาไม่มาก แต่อยากไปเที่ยวสิงคโปร์แบบเรา ก็ตัดสินใจไปเลยค่ะ เที่ยวง่าย เดินทางสะดวก บ้านเมืองสวยสะอาดและปลอดภัย จบแล้วค่ะ 🙂

สรุปค่าเสียหายในวันนี้

1.ค่ารถไฟฟ้า $18

2.ค่าแกงกะหรี่ญี่ปุ่น $23

3.เสื้อ H&M $45

4.ค่าดอกไม้วัดพระเขี้ยวแก้ว $20

5.น้ำดื่ม $2

6.คุ้กกี้ลิ้นจี่แชมเปญ $24

7.ข้าวมันไก่ $36 หารสามคน จ่าย $12

8.ค่าขนมปัง และชานม $18

9.ค่าตั๋วเครื่องบิน 1620บาท

รวมค่าใช้จ่าย ($162 คุณ 24 = 3888+1620) รวมทั้งสิ้น 5,508 บาท

2018-02-18T00:03:16+00:00 February 8th, 2018|Categories: ข้อมูลควรรู้, ที่เที่ยว|